ภาพรวมทั้ง 2 ระบบ

TP-Link Omada และ Ubiquiti UniFi เป็นระบบเครือข่ายระดับองค์กรที่ได้รับความนิยมสูง มี Controller แบบ Centralized Management และราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าระบบ Enterprise อื่นๆ

เปรียบเทียบราคา

อุปกรณ์ TP-Link Omada UniFi
Access Point (WiFi 6) 3,500 - 8,000 บาท 4,500 - 12,000 บาท
Switch 24-port PoE 12,000 - 18,000 บาท 15,000 - 25,000 บาท
Gateway Router 8,000 - 15,000 บาท 10,000 - 20,000 บาท

TP-Link Omada - ข้อดี

  • ราคาถูกกว่า - ถูกกว่า UniFi ประมาณ 20-30%
  • Controller ฟรี - ใช้ Software Controller ได้ฟรี หรือซื้อ Hardware Controller ราคาถูก
  • หาซื้อง่ายในไทย - มีจำหน่ายทั่วไป ศูนย์บริการเยอะ
  • ตั้งค่าง่าย - UI เข้าใจง่าย เหมาะกับมือใหม่
  • มี Standalone Mode - ใช้งานได้โดยไม่ต้องมี Controller

TP-Link Omada - ข้อเสีย

  • ฟีเจอร์น้อยกว่า UniFi บางส่วน
  • Community ไม่ใหญ่เท่า UniFi
  • Mobile App ไม่ลื่นเท่า
  • Update ช้ากว่า UniFi

Ubiquiti UniFi - ข้อดี

  • ฟีเจอร์ครบครัน - มีฟีเจอร์เยอะมาก รองรับการใช้งานซับซ้อน
  • UI/UX สวยงาม - Dashboard สวย ใช้งานสะดวก
  • Community ใหญ่ - มี Forum และคู่มือมากมาย
  • Update บ่อย - มีฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเรื่อยๆ
  • Integration - เชื่อมต่อกับระบบอื่นได้ดี

Ubiquiti UniFi - ข้อเสีย

  • ราคาแพงกว่า - แพงกว่า Omada 20-30%
  • Hardware Controller แพง - ต้องซื้อ Cloud Key หรือ Dream Machine
  • หาซื้อยาก - Stock มักหมด ศูนย์บริการน้อย
  • Bug บ่อย - Update ใหม่มักมี Bug
  • ต้องใช้ Controller - ไม่สามารถใช้ Standalone ได้

ควรเลือกระบบไหน?

เลือก TP-Link Omada ถ้า:

  • งบประมาณจำกัด ต้องการ ROI ดี
  • ต้องการความเสถียร มากกว่าฟีเจอร์เยอะ
  • ต้องการซื้อและหา Support ง่ายในไทย
  • ไม่ต้องการ Feature ซับซ้อน

เลือก Ubiquiti UniFi ถ้า:

  • ต้องการฟีเจอร์ครบครัน และ Advanced Features
  • ชอบ UI/UX ที่สวยงาม ใช้งานง่าย
  • ต้องการ Community Support ที่แข็งแรง
  • พร้อมจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อ Feature เพิ่ม

สรุป

ทั้ง 2 ระบบมีจุดเด่นแตกต่างกัน TP-Link Omada เหมาะกับ SME ที่ต้องการความคุ้มค่า ในขณะที่ UniFi เหมาะกับองค์กรที่ต้องการฟีเจอร์ครบครันและพร้อมจ่ายเงินมากขึ้น